คืนฝนตก กับเสียงสุดท้ายของหลวงปู่
คืนนั้น...ฝนตกไม่ลืมหูลืมตา
วิภา ขับรถจากกรุงเทพกลับบ้านที่กำแพงเพชร ตั้งใจจะไปให้ถึงแม้จะดึกดื่น
บ้านของพ่อแม่อยู่นอกเมือง ถนนลูกรัง มืดและเปียกลื่นอย่างน่ากลัว
เธอเปิดไฟสูง กำพวงมาลัยแน่น ฝ่าสายฝนทั้งกลัวและเหนื่อย
แต่ด้วยความไม่คุ้นทาง...ไม่กี่วินาทีหลังจากหักหลบแสงไฟจากรถสวนมา
รถเสียหลัก...
“ครืนนนนนนนน!”
รถทั้งคันลื่นไถลพุ่งลงคลองส่งน้ำข้างทาง
น้ำเย็นเฉียบทะลักเข้าห้องโดยสาร
วิภาดันประตูเต็มแรง แต่เปิดไม่ออก
น้ำทะลักถึงอก ร่างเธอจมในความตื่นตระหนก ความมืด และเสียงฝนที่กลบทุกสิ่ง
ก่อนที่สติจะดับไป เธอได้ยินเสียงแหบพร่าหนึ่งกระซิบ...
“มันเป็นคราวเคราะห์ของเอง...ปู่ช่วยได้เท่านี้ละลูก...”
แล้วเธอก็หมดสติไป
เช้าวันต่อมา...
วิภาลืมตาขึ้นในโรงพยาบาล
เธอยังไม่ตาย
พ่อแม่อยู่ข้างเตียง น้ำตาไหลพราก
“พ่อกับแม่เห็นเองยังไม่ถึง โทรก็ไม่ติด ก็เลยเอาอีแต๊กออกไปดูตอนฝนซา
พอถึงโค้งปากคลอง เห็นรถจมน้ำไปทั้งคัน แต่เห็นเองนอนหมดสติอยู่บนคันนา
ข้างๆ เรายังเห็นผู้ชายแก่ๆ แต่งตัวแปลก ยืนมองเองอยู่ แต่พอไปถึงกลับไม่เห็นใครเลย
พ่อเลยรีบเรียกรถกู้ภัยมา”
แม่พูดพร้อมจับมือวิภาแน่น “ลูกจมน้ำไปทั้งคันเลยนะ แล้วขึ้นมานอนตรงนั้นได้ยังไง?”
วิภาเงียบ
เธอเอื้อมไปจับสร้อยที่คล้องคอ
พระเล็ก ๆ องค์หนึ่งยังห้อยอยู่บนอก
“หลวงปู่...ช่วยหนูจริงๆ” เธอพูดเบา ๆ น้ำตาไหล
เธอยังจำเสียงนั้นได้...
“ข้าช่วยได้เท่านี้ละลูก...”
และนั่นก็เพียงพอแล้ว สำหรับคนที่ศรัทธา
จบบริบูรณ์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น